Home เรื่องของความรัก ถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้สิ่งที่ควรทำคือกลับมามองหน้าที่ตนในแนวทางที่ถูกต้อง

ถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้สิ่งที่ควรทำคือกลับมามองหน้าที่ตนในแนวทางที่ถูกต้อง

0 second read
ปิดความเห็น บน ถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้สิ่งที่ควรทำคือกลับมามองหน้าที่ตนในแนวทางที่ถูกต้อง
0

ในอดีต ดิฉันและสามีไม่ได้มีฐานะดีนัก แต่เราทั้งคู่ก็ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวจนพอมีเงินเก็บ จึงเดินทางมา

ตั้งรกรากในเมืองกรุง และหาซื้อบ้านหลังเล็กๆ น่ารักเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นอยู่ด้วยกัน ไม่เคยคิดเลย

ว่าต่อมาบ้านหลังนี้จะกลายเป็น “บ้านที่หนึ่ง” โดยที่ดิฉันไม่ทันได้ตั้งตัว!

สามีของดิฉันเป็นคนค่อนข้างหน้าตาดี ดูภูมิฐาน แต่เขามีอาชีพที่ต้องเดินทางตลอด จะกลับบ้านอาทิตย์ละสองวันเท่านั้น

บางครั้งจึงมีเสียงลือเรื่องผู้หญิงแว่วมาเข้าหูแต่ดิฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเ พ ร า ะสามีเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ “ยุ่ง”กับใคร

ดิฉันเองก็ถือว่า เมื่ออยู่ในบ้าน สามีคือของเรา แต่พอออกนอกบ้าน เขาก็เป็นของคนอื่น เราจะไปตามเช็กเขาตลอด 24

ชั่วโมงคงไม่ได้ จึงได้แต่เพียง “ไว้ใจ” เขาเท่านั้น เวลาผ่านไป เราสองคนมีลูกสาวและลูกชายที่น่ารัก ดิฉันเฝ้าดูลูก ๆ

เติบโตขึ้นอย่ างชื่นใจ จนกระทั่งสังเกตว่าร่างกายตัวเองเริ่มมีอาการแปลกๆ จึงไปหาหมอ

“คุณติดโรคทางเพศสัมพันธ์นะครับ” คำพูดของชายในชุดกาวน์ตรงหน้าทำเอาดิฉันสะอึก พลางนึกสงสัยว่าตัวเองจะติด

โรคได้อย่ างไร ในเมื่อเรามีสามีเพียงคนเดียวแต่ผลที่ออกมาทำให้คำตอบคงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากสามีไม่ได้มีเรา

เพียงคนเดียว!

การกระทำของเขาทำให้ดิฉันเจ็บปวดมาก แต่ดิฉันก็ยอมยกโทษให้ เ พ ร า ะเชื่อมั่นในความรักที่เราบ่มเพาะกันมานาน

กว่า 10 ปีทอย่ างไรก็ดี หลังจากครั้งนั้นสามีดิฉันก็ยังคงทำตัวเป็น “คนขี้สงสาร” เหมือนเดิม ด้วยการรับเลี้ยงดู

“ผู้หญิงที่น่าสงสาร” คนแล้วคนเล่า…ไม่เคยพอ

จากความอดทนเริ่มกลายเป็นความชินชา ดิฉันคิดแค่ว่าตราบใดที่เราแม่ลูกไม่เดือดร้อน ก็ปล่อยให้เขาทำตามใจต่อไป

เ พ ร า ะดิฉันก็ยังอย ากให้ลูกได้มี “พ่อ” แต่เมื่อใดที่ครอบครัวเราเริ่มได้รับความกระทบกระเทือนดิฉันก็จะกอดทะเบียน

สมรสเดิน “บากหน้า” ไปขอความ “เมตตา” จาก บ้านที่สอง…สาม…สี่…

…ได้จดทะเบียนเป็นเมียหลวงแล้วอย่ างไร…เป็นบ้านที่หนึ่งแล้วได้เปรียบคนอื่นตรงไหน…

ดิฉันได้แต่นึกสงสัย…นอกจากศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่พังยับเยินเ พ ร า ะผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี…ดิฉันก็ไม่เห็นจะได้

อะไร นอกจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ลงชื่อของดิฉันและสามีไว้ใกล้ๆ กัน

“ช่วยเห็นใจฉันและลูกด้วยเถอะ” ทันทีที่ได้เจอ “เด็กๆ” ของสามี ดิฉันก็ได้แต่ขอร้องพวกเธอทั้งน้ำตา และจะด้วยความ

สงสาร รำคาญ หรือเวทนาก็ตามที พวกเธอมักจะยอมหลีกทางให้แต่โดยดี

จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อดิฉันได้ยินประโยคนี้…ความอดทนก็สิ้นสุดลง!“พี่อย ากพาน้องคนหนึ่งมาอยู่บ้านของเรา น้องจะ

อนุญาตให้พี่พาเขามาอยู่ด้วยได้ไหม”ราวกับฟ้าผ่าลงมาตรงหน้าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น “สามี” ของฉันกำลังเอ่ยปากขอ

พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในบ้าน “ของเรา”!!! ดิฉันพูดอะไรไม่ออก ปฏิเสธไปทันทีว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงอายุคราว

ลูกคนนั้นก้าวเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังนี้เป็นเชียว สามีของดิฉันจึงเป็นคนก้าวออกไปเอง!

จากที่กลับบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เขาก็เริ่มไม่กลับบ้านลูกๆ ที่กำลังย่ างเข้าสู่วัยรุ่นเริ่มถามหาและพย าย ามจะโทร.หาพ่อ

แต่พอได้ยินเสียงลูก คนเป็น “พ่อ” ก็ตัดสายทิ้ง ทุกครั้งทั้งที่ยังไม่ได้คุย กันเลยสักคำ แล้ววันหนึ่งก็มีเสียงปริศนาตอบ

กลับมาว่า “พ่อเขาไม่รักลูกแหง่แบบแกหรอก!” วันนั้นดิฉันเห็นลูกสาวนั่งสะอื้นจนตัวโยนอยู่ข้างโทรศัพท์บ่อยครั้งที่สามี

ของดิฉันเป็นฝ่ายโทร.มาตำหนิดิฉันว่า “เธอไปด่าน้องเขาทำไม…ทีหลังอย่ าทำอีกนะ!” ได้ยินแล้วดิฉันก็ได้แต่สะอื้น

อยู่ภายในใจคนเดียว

ครั้งหนึ่งผู้หญิงคนนั้นจ้างเด็กผู้ชายให้โทรศัพท์มาหาลูกชายของดิฉันทันทีที่ลูกชายรับโทรศัพท์ฝ่ายนั้นก็ทำเสียงล้อเลียน

ว่า “…พ่อมึงไม่สนใจเด็กอย่ างมึงแล้ว…ไอ้เด็กพ่อทิ้งๆๆ” มือข้างที่ถือโทรศัพท์ของเขากำแน่นจนเห็นเส้นแดงในร่างกาย

ตาเขาแดงก่ำ ทั้งโกรธและเสียใจทันทีที่วางโทรศัพท์ลง ลูกชายของฉันก็คว้าฝาขวดน้ำอัดลมมากรีดลงบนข้อมือของ

ตัวเองจนของในร่ายกายไหลออกมา เพื่อระบายความคับแค้นใจ!

…ทำไมพ่อถึงยอมให้ผู้หญิงของตัวเองมาทำแบบนี้กับเขา…

…พ่อทิ้งเขาแล้วจริงๆ หรือ…

เขาได้แต่ถามตัวเองอยู่อย่ างนั้นซ้ำไปซ้ำมา ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ…

เมื่อผู้หญิงคนนั้นรบกวนดิฉันและลูกหลายครั้งเข้า ดิฉันจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปคุยกับเธอให้รู้เรื่อง“เธอทำแบบนี้กับพี่

พี่ทนได้ แต่อย่ ามาทำกับลูกพี่และต่อไปข้างหน้าก็อย่ าทำกับคนอื่น เ พ ร า ะมันเป็นบาปกรรมเธอจะเอาสามีพี่ก็เอา

ไปเลย พี่ขอให้เธอมีความสุข แต่เธอทำอะไรไว้กับพี่ ก็ขอให้เธอได้รับอย่ างที่พี่ได้รับก็แล้วกัน!”

ช่วงเวลานั้นบ้านของเราถูกความเศร้าเข้าปกคลุม ไร้ซึ่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่ างเคย ลูกๆ เริ่มมีอาการของโรค

เครียดจนต้องพาไปพบจิตแพทย์

ก่อนหน้านี้บ้านเรายังพอมีเงินบ้าง แม้ว่าสามีของดิฉันจะเลี้ยง “เด็ก” ไว้มากมาย แต่เราก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องค่าใช้

จ่ายจนเมื่อผู้หญิงคนนี้ก้าวเข้ามา เงินทั้งหมดที่เคยเลี้ยงดูภรรย าและลูกเริ่มละลายหายไป

แม้แต่สวนย างทางภาคใต้ที่เราสองคนก่อร่างสร้างตัวร่วมกันมา สามีก็จัดการขายทิ้งแล้วนำเงินไปให้ผู้หญิงคนนั้นเปิด

ร้านขายของ ดิฉันได้แต่คับแค้นใจ

…บางทีความรับผิดชอบของสามีคงสูญสลายไปพร้อมกับความรักของเราทั้งคู่แล้วกระมัง…

“พี่ สามีพี่ยืมเงินผมหลายพันเลย” บางคราญาติฝ่ายสามีก็โทร.มาทวงหนี้ที่ดิฉันไม่เคยมีส่วนร่วม เ พ ร า ะเขาถือเป็น

ความรับผิดชอบร่วมกันของสามี - ภรรย าที่เป็นดั่ง “คนคนเดียวกัน” ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงต้องประหยัดอดออมกินน้อย

ใช้น้อยเพื่อส่งลูกเรียน จ่ายค่าผ่อนบ้าน และใช้หนี้ที่สามีก่อไว้

สุดท้ายดิฉันก็ตัดสินใจหย่ าจากผู้ชายที่ “ไม่เคยพอ” คนนี้ ตอนแรกเขาไม่ยอมหย่ า เ พ ร า ะกลัวว่าจะไม่มี “บ้าน”

ที่เป็น “ของเก่า” แต่ในที่สุดฉันก็หย่ าได้สำเร็จ

หลังจากหย่ า ดิฉันยังคงบอกให้ลูกโทร.หาพ่อเสมอๆ เ พ ร า ะว่ายังไงเขาก็คือ “พ่อ” ซึ่งถือเป็นพระพรหมของลูก

ฉันสอนลูกเสมอว่า “ลูกต้องรักพ่อ รักแม่ และสำคัญที่สุด ลูกต้องรักตัวเอง ดูแลตัวเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะได้

ไม่เสียใจ…อย่ ารักคนอื่นมาก ไม่งั้นจะทุกข์มาก เ พ ร า ะมันจะบั่นทอนชีวิตของเรา ไม่มีเขาเราต้องไม่เป็นไร”

เวลาผ่านไป ดิฉันและลูกเริ่มอยู่ได้ด้วยตัวเอง ความสุขกลับมาเป็นของเราอีกครั้ง แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้น

ก็โทร.มาหาดิฉันพร้อมกับบอกว่า

“พี่คะ แฟนพี่หายไปหลายวันแล้ว ถ้าเขากลับไปหาพี่หนูจะไม่ว่าเลย แต่เขาต้องไปหาอีนังนั่นแน่…หนูทนไม่ได้!!!”

เธอคร่ำครวญจนดิฉันต้องบอกให้ไปจัดการกันเองและรีบวางสายบางครั้งผู้หญิงคนนั้นก็โทรศัพท์มาหาลูกชายดิฉัน

พร้อมกับเล่าวีรกรรมของ “พ่อ” ที่หนีเธอไปหาผู้หญิงอื่นให้ลูกชายฟังและล่าสุดดิฉันได้ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นได้

รับในสิ่งที่เคยทำไว้กับดิฉันแล้ว…

ห ลั ง จากที่อดีตสามีของดิฉันทิ้งเธอไป เธอก็มีแฟนใหม่ ทว่าเมื่อตั้งท้อง เธอกลับถูกฝ่ายชายเขี่ยทิ้งจนต้องบากหน้า

ก ลั บ ไ ป ห า อ ดี ต สามีของดิฉัน ขอให้เขารับเป็นพ่อของเด็ก แต่ก็อย่ างที่ทราบกันดี เมื่อผู้ชายมีใหม่ เขาย่อมไม่

กลับไป “กินของเก่า” อีก สุดท้าย นอกจากลูกในท้องที่ไม่มีใครรับเป็นพ่อ ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เหลือใครข้างกายอีกเลย

วันนี้เธอคงได้รู้ซึ้งแล้วว่าหัวอกของผู้หญิงที่ผู้ชายทิ้งไปมี “บ้านอีกหลัง” นั้น มันเจ็บปวดเพียงใด! 

หากใครเจอเหตุการณ์เหล่านี้ สิ่งที่ควรกระทำคือ กลับมามองบทบาทหน้าที่ของตนในแนวทางที่ถูกต้อง พ่อที่ประพฤติ

ผิดไปก็กลับตัวกลับใจ แม่ที่เสียใจก็หันกลับมาทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด เพื่อดำรงตนให้เป็นที่พึ่งพิงอาศัยของลูกได้อย่ าง

มีประสิทธิภาพต่อไป

Load More Related Articles
Load More By คิดสิ
Load More In เรื่องของความรัก
Comments are closed.

Check Also

15 ลักษณะคนรักที่เราไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป..จับมือเค้าไว้แน่นๆ

ความรักไม่ว่าเป็นเพศไหนสิ่งสำคัญที่สุดนั้นก็คือความซื่อ … …